1. ควรจะมีอวัยวะสำคัญต่างๆครบสมบูรณ์คือ ดวงตาและก้ามครบ2ข้าง ขาเดินครบทั้ง5คู่ เพราะการที่มีอวัยวะไม่ครบ แสดงถึงความสามารถในการหาอาหารและป้องกันตัวเองที่ลดน้อยลง อาจจะทำให้Crayfishอ่อนแอ ตกเป็นอาหารของตัวอื่นๆได้ง่าย

2. Crayfish ควรจะมีเปลือกลำตัวแข็ง

      ถึงแม้ว่าในธรรมชาตินั้น Crayfish จะเก็บเศษซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหารหลัก แต่ในที่เลี้ยงสถานที่ที่มีอาหารอย่างจำกัดนั้น มันจะจับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กินเป็นอาหารได้ทุกเมื่อที่มีโอกาส เพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านจึงไม่ควรเลี้ยงCrayfishรวมกับปลาสวยงามที่อาศัยอยู่บริเวณก้นตู้ หรือปลาสวยงามที่ว่ายเนิบนาบเชื่องช้า เพราะปลาเหล่านี้อาจจบชีวิตในฐานะอาหารมื้ออร่อยของเจ้าCrayfishทั้งหลายได้

      ท่านผู้อ่านสามารถเลี้ยง Crayfish รวมกับปลาสวยงามขนาดกลาง ที่ว่ายน้ำบริเวณกลางน้ำหรือผิวน้ำได้เป็นอย่างดี และเน้นว่าต้องมีนิสัยไม่ดุร้าย ไม่เช่นนั้นอาจจะพบว่าCrayfishที่สามารถจับกินปลาตัวเล็กๆได้อยู่แหม่บๆนั้น ถูกรุมกินโต๊ะถูกกระชากไปทางซ้ายโดยเจ้าฟลาวเวอร์ฮอร์นก้ามหลุด ถูกทึ้งมาทางขวาโดยเจ้าเรดเทกซัสขาขาด เหลือแต่เปลือกจบชีวิตแบบที่ไม่ต่างไปจากกุ้งฝอย ที่เราๆใช้เป็นเหยื่อปลาทั่วไป

      Crayfish จะอาศัยแต่บริเวณก้นตู้ จึงไม่สามารถขึ้นไประรานปลาสวยงามบริเวณกลางน้ำได้ นอกจากนี้Crayfishยังอาจทำหน้าที่เป็นพนักงานเทศบาล ช่วยเก็บเศษอาหารก้นตู้ได้เป็นอย่างดี โดย Crayfish ที่มาจากทวีปอเมริกาจะมีนิสัยชอบจับปลากินเป็นอาหารมากกว่า ญาติที่มาจากทางออสเตรเลีย


 

(ขอขอบคุณแหล่งที่มา: aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9.0 , หนังสือ AQUA)

aa

        การลอกคราบนั้นถือเป็นกระบวนการสำคัญ ขั้นตอนหนึ่งในการเจริญเติบโตของเหล่าCrayfish ทั้งหลาย การลอกคราบนั้นแสดงถึงขนาดลำตัวที่เติบ ใหญ่มากขึ้น ลูกกุ้งจะทำการลอกคราบประมาณเดือนละครั้ง โดยระยะห่างในการลอกคราบแต่ละครั้งจะค่อยๆยาวนานขึ้นเมื่อกุ้งเติบโตขึ้น ยิ่งแก่ขึ้นก็ยิ่งลอกคราบน้อยลง

      ผู้เลี้ยงไม่ควรเลี้ยงCrayfishที่มีถิ่นกำเนิดต่างกันไว้ด้วยกัน เพราะว่าจากประสบการณ์นั้นProcambarusที่มาจากทวีปอเมริกานั้น ค่อนข้างมี อุปนิสัยก้าวร้าวมากกว่า(ทั้งระหว่างพวกเดียวกันเองและระหว่างญาติจากต่างทวีป) เมื่อนำProcambarusมาเลี้ยงรวมกับCheraxที่มาจากทางทวีปออสเตรเลียแล้ว พบว่าญาติฝั่งออสเตรเลียที่มีนิสัยเรียบร้อยสงบเงียบกว่า มีโอกาสถูกระรานจับกินเป็นอาหารมากกว่า ในทางกลับกันการเลี้ยงCrayfishหลายชนิดในกลุ่มเดียวกันรวมกันหลายๆตัว ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้มีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ขึ้น เกิดเป็นกุ้งHybridที่มีสีสันแปลกใหม่ขึ้นมาได้ โดยในปัจจุบันก็มีกุ้งHybridสีสันแปลกตาขึ้นมาหลายชนิดมาจำหน่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

      นอกจากนี้ควรจะเลี้ยงCrayfishที่มีขนาดเท่าๆกัน หรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นสุดท้ายแล้วจะเหลือกุ้งผู้ชนะครองตู้เพียงตัวเดียว เจ้าตัวเล็กๆทั้งหลายจะจบชีวิตด้วยการเป็นอาหารว่างมื้อหนึ่งเท่านั้น

 


 

(ขอขอบคุณแหล่งที่มา: aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9.0 , หนังสือ AQUA)

       ตัวอ่อนของCrayfishจะมีขนาดประมาณ2-3มิลลิเมตรโดยจะกินเศษอาหารก้นตู้เป็นอาหารหลัก ผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารเสริมเช่น ไส้เดือนฝอย ไรทะเล หรืออาหารเนื้อสัตว์อย่าง เนื้อปลา เนื้อกุ้งฝอยสับละเอียด แต่ควรระวังเรื่องคุณภาพน้ำให้ดี อย่าปล่อยเศษอาหารเหลือทิ้งไว้จนเน่าเสีย ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวัน แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงควรจะให้อาหารให้เพียงพอ เพราะตัวอ่อนจะมีพฤติกรรมกินกันเอง มันจะเล่นเกมส์ The survivor ผู้อ่อนแอต้องสละชีพในที่สุด 

       ตู้อนุบาลตัวอ่อนก็ควรจะมีพื้นที่และวัสดุหลบซ่อน เช่นเดียวกับการเลี้ยงดูตัวเต็มวัย ใส่ท่อพีวีซี หรือ รากไม้ ขอนไม้ กระถางต้นไม้ลงไปเยอะๆ เพื่อเป็นที่แอบซ่อน เพราะว่าในช่วงเดือนแรกของชีวิตลูกกุ้งทั้งหลาย จะทำการลอกคราบบ่อยมาก หมายความว่าทุกครั้งที่ลำตัวอ่อนนิ่มก็จะมีเปอร์เซ็นต์ถูกพี่ๆน้องๆกินเป็นอาหารมากขึ้น การคัดแยกขนาดลูกกุ้งหลังจากหนึ่งเดือนแรก จะเพิ่มอัตรารอดชีวิตของลุงกุ้งได้มากขึ้น เมื่อลูกกุ้งมีอายุได้ราวๆหนึ่งเดือน จะเริ่มแสดงสีสันสดใสเหมือนตัวโตเต็มวัย

 


 

(ขอขอบคุณแหล่งที่มา: aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9.0 , หนังสือ AQUA)