ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านที่เลี้ยงCrayfishอยู่ อาจจะมีประสบการณ์เห็นลูกกุ้งตัวจิ๋วๆ ออกเดินเพ่นพ่านทั่วตู้กันมาแล้ว เพราะว่ากุ้งCrayfishนี้สามารถ เพาะพันธุ์ได้อย่างไม่ยากนัก หลายๆครั้งที่มีโอกาสเดินผ่านร้านขายปลาแล้วเห็นเจ้า Crayfish คู่ผัวตัวเมีย

นัวเนียปฏิบัติการเฉพาะกิจต่อหน้าธารกำนัลในกระบะกันอย่างโจ่งแจ้งเลยทีเดียว Crayfishนั้นทำการผสมพันธุ์ตลอดปี ผู้เลี้ยงสามารถขยายพันธุ์ Crayfish ในตู้เลี้ยงได้ง่ายๆ เพียงแค่ขอให้มั่นใจได้ว่าได้เลือกซื้อ Crayfishมาเป็นคู่เพศผู้ - เพศเมีย กระบวนการนั้นไม่ต้องพิธีรีตองอะไร เช่นเดียวกับการเพาะพันธุ์กุ้งแคระ แค่นำกุ้งเพศผู้ - เพศเมีย หรือพ่อแม่พันธุ์ปล่อยรวมกันก็พอ


       วิธีจำแนกเพศได้แน่นอนที่สุดคือจับมันหงายท้องแล้วสังเกตอวัยวะสืบพันธุ์ที่เรียกว่าgonopodsที่ช่วงขาเดินค่ะ โดยกุ้งตัวผู้มีอวัยวะคล้ายตะขอบริเวณขาเดินคู่ที่และ ซึ่งตะขอนี้มันจะเอาไว้เกี่ยวเกาะตัวเมียตอนผสมพันธุ์ สังเกตที่บริเวณขาเดิน ถ้าเป็นเพศผู้จะมีอวัยะสืบพันธุ์(papillae) บริเวณขาเดินคู่สุดท้าย(คู่ที่ 4) ส่วนตัวเมียจะมีอวัยะสืบพันธุ์(annulus ventralis) เป็นแผ่นทรงวงรีสีขาวๆ ขนาดประมาณ1-2 มม. บริเวณขาเดินคู่ที่นอกจากนี้บริเวณขาว่ายน้ำคู่แรกและคู่ที่2ของตัวผู้จะถูกพัฒนาขึ้นเป็นแขนเล็กๆสองข้าง (petasma)มีไว้สำหรับส่งผ่านถุงน้ำเชื้อไปยังตัวเมีย

        การจำแนกเพศตัวผู้เมีย โดยการสังเกตจากแขนที่ไว้ส่งผ่านน้ำเชื้อ หรือpetasmaสามารถใช้ได้กับCrayfishที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาและ ยุโรปเท่านั้น ส่วนCrayfishที่มีถิ่นกำเนิดในโซนออสเตรเลียจะไม่มีอวัยวะดังกล่าว จึงต้องใช้วิธีสังเกตgonopodsบริเวณโคนขาเพียงอย่างเดียว

        สรุป ถ้าท่านผู้อ่านต้องการเลือกซื้อ Crayfish เป็นคู่เพศผู้ - เพศเมีย เพียงแค่จับกุ้งหงายท้อง ดูแค่ให้กุ้งทั้งสองตัวมีอวัยวะสืบพันธุ์บริเวณโคนขาที่ แตกต่างกันก็พอ

       การผสมพันธุ์จะเริ่มโดยตัวผู้จะเข้าประกบตัวเมียทางด้านหลัง และพลิกลำตัวเพศเมียให้หงายท้องแล้วตัวผู้จะเข้าประกบโดยใช้ตะขอพิเศษที่ขาเดินล็อคตัวเมียเอาไว้ในท่วงท่าท้องชนท้อง หันหัวไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากนั้นตัวผู้จะส่งผ่านถุงน้ำเชื้อไปปะติดไว้บริเวณท้องของตัวเมีย กระบวนการที่กุ้งทั้ง สองตัวนอนกอดกันแน่นนี้จะยาวนานหลายนาทีอยู่(พฤติกรรมการกอดผสมพันธุ์ของProcambarusจะยาวนานกว่า10นาที ในขณะที่ Cherax จะกิน เวลาสั้นกว่าเพียงแค่1-2นาทีเท่านั้น) หลังจากนั้นภารกิจของตัวผู้ก็สิ้นสุด ผู้เลี้ยงสามารถย้ายเจ้ากุ้งตัวเมียไปยังตู้อนุบาลเลยก็ได้ เพื่อเป็นการเตรียมที่อยู่สำหรับลูกกุ้งน้อยๆในอนาคต หลังจากนั้นตัวเมียจะคอยผลิตไข่ขึ้นมาไว้บริเวณขาว่ายน้ำเป็นกระจุกๆ มองคล้ายพวงองุ่น

        หลังจากนั้นไม่นานเนื้อเยื่อบางๆ ที่หุ้มถุงน้ำเชื้อที่กุ้งตัวผู้ได้นำมาติดไว้จะสลายลงปล่อยเจ้าสเปิร์มไซส์จิ๋วเพื่อให้ไข่ได้รับการปฏิสนธิ หลังจากที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว ตัวเมียจะหาที่หลบซ่อนนอนนิ่งไม่ยอมกินอะไร ระยะเวลาที่ตัวอ่อนใช้ในการพัฒนารูปร่างนั้นจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ปริมาณอาหาร และคุณภาพน้ำด้วย แต่โดยเฉลี่ยไข่จะพัฒนาจนเป็นตัวอ่อนที่มีหน้าตาเหมือนโตเต็มวัยภายใน3-4สัปดาห์ หลังจากนั้นลูกกุ้งจะถูกปล่อยให้ว่ายน้ำเป็นอิสระ ในการผสมพันธุ์ในแต่ละครั้งแม่กุ้งสามารถให้ลูกได้มากถึง300ตัวเลยทีเดียว ซึ่งพ่อแม่กุ้งนั้นค่อนข้างเป็นพ่อแม่ที่ดีโดยจะไม่มีพฤติกรรมกินลูกกุ้งเป็นอาหาร แล้วตัวลูกกุ้งเองก็มักจะอาศัยไม่ไกลจากพ่อแม่ของมันนัก เพื่อที่จะคอยเก็บกินเศษอาหารที่เหลือจากพ่อแม่นั่นเอง


(ขอขอบคุณแหล่งที่มา: aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9.0 , หนังสือ AQUA)